Greetings and Welcome to EBC and IEC Wealth Center
สวัสดีครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เวปไซด์ www.iecwealth.com
ชื่อของเวปไซด์นี้ก็บอกเจตนาอยู่แล้วว่าเป็นเวปที่มุ่งเน้นจะทำให้ทุกคนมีความมั่งคั่ง คนที่อ่านอย่างผิวเผิน ก็คงอาจจะนึกว่าผู้เขียนคงจะเพี้ยน เพราะใครจะไปเอาความมั่งคั่งมาจากไหน ในเมื่อทุกคนต่างใฝ่หาและหวงแหนความมั่งคั่งที่ได้มา เพราะกว่าจะได้มาก็ยากเย็นแสนเข็ญ แล้วใครจะใจกว้างถึงขนาดเอาความมั่งคั่งมาแจกหรือมาแบ่งปันให้แก่กัน
ผู้เขียนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คิดเช่นนั้น และรู้สึกเช่นนั้นกับความมั่งคั่ง หรือความร่ำรวยที่สามารถเห็นและสัมผัสได้ ว่าเป็นของที่มีค่าและหายาก แต่สิ่งที่ทุกคนเห็น ก็มักจะไม่ใช่สิ่งที่เห็นเสมอไป แต่ที่เห็นและเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น ก็เพราะการได้รับสัมผัสในสิ่งที่เป็นผลที่เข้าใจได้ง่าย เช่นคนๆ นี้มีความร่ำรวยมั่งคั่งเพราะเขาเป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือตึกรามบ้านช่องจำนวนมากมาย หรือเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน หรือกิจการโทรคมนาคม ที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ หรือสัมปทานดาวเทียม หรือรถไฟฟ้า หรือรถไฟใต้ดิน แต่กลับไม่มองถึงปัญหาและภาระมากมายที่เขาต้องแบก และความอุตสาหะและขวากหนาม ที่เขาต้องฟันฝ่า กว่าจะก้าวมาถึงวันที่เขาได้รับสิ่งที่เป็นผลเช่นนั้น ซึ่งเป็นเส้นทางตรงกันข้ามกับความมั่งคั่งที่มาจากความเป็นคนธรรมดาที่มีชีวิตและใช้ชีวิต หรือจากความเป็นคนที่มาจากความไม่มีอะไรเลย ที่กลับกลายเป็นผู้ที่มีความมั่งคั่งและมีความยั่งยืนมากที่สุด แต่สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ ก็เฝ้าเพียรมุ่งหวังที่จะประสบความสำเร็จในความมั่งคั่งที่สามารถเห็นและสัมผัสได้ในรูปแบบที่ได้กล่าวมาแล้ว
ในวันนี้ ผู้เขียนขอพูดเพียงแต่ความมั่งคั่งจากความไม่มีอะไรเลย กับความมั่งคั่งที่มาจากธรรมชาติ และจากความเป็นคนที่มีชีวิตเท่านั้น ไม่ขอพูดเรื่องความมั่งคั่งที่มาจากเกณฑ์วัดของผลทางวัตถุและเกณฑ์วัดของเศรษฐกิจและสังคม เพราะเป็นเรื่องปัญหาของมาตรเกณฑ์วัดที่ทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะพูดเปรียบเทียบว่า ไม่มีความมั่งคั่งใดๆ จะมหาศาลและท่วมท้นที่เทียบเท่ากับความมั่งคั่งทั้งสามแบบที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นได้เลย แต่มีข้อสงสัยที่ว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่รู้ หรือไม่อยากจะรู้ หรือรู้แต่ไม่อยากจะทำ หรืออยากจะทำแต่ทำไม่ได้
ลองนึกไปถึงวันที่เราเกิด เรามีแต่ตัวล่อนจ้อน ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง แต่ทำไมเรามีทุกอย่างและได้ทุกอย่าง ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ขอ เริ่มต้นจากการมีชีวิตที่เราได้ลืมตาเกิดมาดูโลก เรามีความรักที่ได้รับจากพ่อแม่และปู่ย่าตายาย และญาติพี่น้องจากสายคณาญาติที่เป็นพงศาวดารของทั้งสองฝ่าย อย่างไม่มีเงื่อนไข และอยากมากเท่าที่จะสามารถสืบค้นจนได้เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเรามีเครือข่ายที่เป็นทีมเวิร์คครบพร้อมตั้งแต่เราเกิดมา
นอกจากนี้เรายังมีบ้าน มีอาหารและมีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม มีความอบอุ่นจากความรักและความเอาใจใส่ มีปัจจัยสี่และห้าครบถ้วน ไม่ว่าเราจะเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนขัดสนสักเพียงใด หรืออาจเกิดมาด้วยการขาดพ่อแม่โดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุใดก็ตาม ก็อาจจะมีพ่อแม่ที่เป็นผู้อุปการะใหม่ หรือมีปู่ย่าตายาย หรือญาติพี่น้องของพ่อแม่ที่แท้จริงของเรา หรืออาจจะมีพี่น้องที่นับเป็นญาติหรือไม่นับเป็นญาติ หรือแม้กระทั่งครูบาอาจารย์ ผองเพื่อน จ้าวนาย หรือผู้ใหญ่ผู้มีอุปการคุณ หรือตัวเราเองที่ต่อสู้ เข้ามาช่วยกันดูแล เป็นแม่ซื้อตามภาษาโบราณ หรือเป็นแม่ยกในภาษาสมัยใหม่ เลี้ยงดูเราจนเราเติบใหญ่ เพราะเราไม่เรียกร้องอะไรและไม่รู้เรื่องอะไรมากไปกว่าการเป็นตัวของเราเอง ในความต้องการในการกินอยู่ เพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยเท่านั้น
หากเราจะมีความปรารถนาก็คือ การได้อยู่ดีกินดี และได้ทำอะไรตามที่เราเป็น หรืออยากเป็นหรืออยากทำ แค่นี้เราก็พอใจ และหากเราทำแค่นั้นได้ดี โดยไม่เรียกร้องที่จะเอาเพิ่มอีกๆ แบบไม่รู้พอ ด้วยความรู้มาก หรือรู้จนล้น ก็มิวายจะมีคนมาให้ความรักและโอกาสกับเรามากมาย จนอาจจะได้ไปออกโทรทัศน์ในฐานะเด็กหรือบุคคลตัวอย่าง ที่เป็นผลของความประเสริฐเลิศดีของความพอเพียงในการมีชีวิตและใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ที่เราได้รับสัมผัสตั้งแต่เมื่อแรกที่เกิดมาแบบไม่มีอะไรนั่นเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นความมั่งคั่งที่เรามีเป็นประการแรก และได้เคยมีตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต
ความมั่งคั่งอีกประการหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นความมั่งคั่งประการที่สอง ก็คือความมั่งคั่งที่เรามีจากสภาวะของธรรมชาติ ซึ่ง ได้แก่โลกและสิ่งที่โลกให้แก่เรา นั่นก็คือธรรมชาติที่เป็นปัจจัยในการบริโภคและอุปโภค ที่ได้มีการให้มาเป็นแพคเกจแบบออโตเมชั่น ที่เพียบพร้อมไปด้วยโปรโมชั่นที่สมบูรณ์และสวยงาม สิ่งเหล่านี้ เราทุกคนได้รับและมีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์เพื่อการกินใช้ของเรา โดยไม่ต้องดูแลอะไรมากนัก เพราะธรรมชาติสามารถดูแลและจัดการความสมดุลให้กับตัวเองได้ ในระบบการบริหารจัดการของธรรมชาติ ที่มีครบถ้วนทุกกระบวนความ ที่อยู่เหนือชั้นและซับซ้อนอัจฉริยะยิ่งกว่าเทคโนโลยีใดๆ โดยที่ไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนเกินหรือส่วนต่าง หรือภาคส่วนที่ทับซ้อนใดๆ ที่เข้าตัวใคร เพราะธรรมชาติมุ่งแต่การให้ประโยชน์แก่ผู้ที่กินใช้ ที่อยู่กับความเป็นธรรมชาติและภายใต้กฎที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้เป็นไปตามการกินใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยไม่มีการกีดกันหรือแบ่งสัดส่วน ในรูปแบบของการผูกขาดให้กับใครให้ยึดถือเอาเป็นของตน ไม่ว่าจะเป็นอากาศ บรรยากาศ อวกาศ ท้องฟ้า แผ่นดิน ทะเล ภูเขา ดิน น้ำ ลม ไฟ สัตว์ต่างๆ ต้นไม้ และพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เราเหล่ามนุษย์และสัตว์ต้องกินต้องใช้ และต้องพึ่งพาอาศัยร่วมกันทั้งปวง
นี่คือสิ่งที่เรามี อันเป็นทรัพย์และความมั่งคั่ง ที่เราเหล่ามนุษย์สามารถกินใช้เพื่อการดำรงชีวิตได้โดยไม่มีวันหมด บางประเทศเขามีน้ำมัน เขาก็ขุดน้ำมันขึ้นมาขายให้กับซีกโลกที่ต้องการแล้วเอาเงินเลี้ยงดูประชาชน ในบางประเทศเป็นแหล่งข้าวแหล่งน้ำของโลก ก็สามารถดูแลเลี้ยงโลกและประชาชนของโลกที่จะมาพึ่งพาอาศัยได้ แล้วเอาเงินรายได้เลี้ยงดูประชาชน ในอดีตกาล และแม้กระทั่งในปัจจุบัน ก็มีคนในหลายประเทศเลือกทำเช่นนี้ หรือสามารถเลือกทำเช่นนี้ได้ กับธรรมชาติที่มีและเคยมี ถ้าไม่มีการนำเอาสิ่งที่มีอยู่มาใช้มากจนเกินไป เพื่อสร้างความสะดวกสบาย หรือความร่ำรวยเกินขนาดที่ธรรมชาติจะผลิตชดเชยได้ทัน และถ้าไม่มีการเอาสิ่งที่มีอยู่มาแสวงประโยชน์ทับซ้อนในการทำกำไรทวีคูณ ด้วยการปันส่วนหรือผูกขาดการทำทั้งกระบวน ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อนำมาทำกำไรทับซ้อนอีกหลายชั้นหลายทอด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายมโหฬาร มาให้คนกินใช้ธรรมดาส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้แบกภาระ จนถึงขั้นที่แบกรับไม่ไหว แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร
ในวันนี้ ในระบบปลาใหญ่กินปลาเล็กที่เรามีอยู่ คนทั้งหมดตกเป็นเหยื่อของปลาใหญ่ รวมทั้งคนปลาใหญ่ที่กินเราอยู่ด้วย ก็จะตกเป็นเหยื่อของปลาที่ใหญ่กว่าร่วมกันทั้งหมด อนิจจา เรามองไม่เห็นเลยหรือว่า ไม่มีใครดอกที่เป็นปลาใหญ่ที่กินใคร และใครตกเป็นเหยื่อของใคร เพราะเวลาของกรรมใดใครก่อนั้นมีแค่เพียงลัดนิ้วมือ เพราะปลาที่ใหญ่กว่าและใหญ่กว่า ยังมีอยู่อีกมากมาย เราทั้งหมดจึงไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์อะไรได้จากความมั่งคั่งที่เรามี จนกลายเป็นไม่มี และจากความเป็นมิตรกับคนและธรรมชาติ กลับกลายเป็นศัตรูที่มุ่งทำลายล้างกัน และความมั่งคั่งที่เราเคยมี ก็กลับกลายเป็นความขาดและความขัดสน หรือแม้แต่ความว่างเปล่าที่สดใส ก็กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่ถูกขับถ่ายของเสียในบ้านให้ออกมาอยู่นอกบ้านหรือนอกรถยนตร์ แบบมารวมเข่งกันอวดประชาชนชาวอวกาศที่สามารถมองเห็นได้จากเบื้องบน ว่าพวกเราอยู่กันในกองขยะเน่าเสีย ที่ส่งพิษและกลิ่นคละคลุ้ง ให้เห็นเป็นโดมควันหมอกบดบังทัศนียภาพภายใต้หลังคาบ่มฟักพิษภัยที่ครอบบ้านครอบเมืองของเราอยู่ทุกเช้าเย็น ที่อาจจะทำลายชีวิตเราได้ทีละเล็กละน้อยหรือในพริบตา โดยมีพวกเราตกเป็นเหยื่อแห่งความไม่รู้ หรือรู้แต่ปล่อยปละละเลย เพราะรู้ไม่ถึง รู้ไม่ทัน หรือรู้ไม่เท่า จนทำให้เราอาจจะไม่สามารถอาศัยหรือพึ่งพาธรรมชาติได้อีกต่อไป
และนี่ก็คือความมั่งคั่งประการที่สอง ที่สามารถสืบทอดไปถึงความมั่งคั่งของมนุษย์ประการที่สาม ที่ยังเป็นคนมีชีวิต ที่มีค่าและมีมูลค่าในการใช้ชีวิต ที่จำเป็นต้องมีการกินใช้ และมีการทำมาหากินเพื่อทำให้ตนเองและครอบครัวอยู่รอดและอยู่ดีกินดี คนและกลุ่มคนที่ประกอบรวมกันเป็นปัจจัยแห่งความมั่งคั่งประการที่สามนี้แหละ ที่จะมาช่วยกันดูแลรักษาความมั่งคั่งที่เราได้เคยมีมา และที่อาจได้หลงลืมกันไป ให้กลับคืนมาให้กับเราเหมือนเช่นเดิม
ปัจจัยในเรื่องความมั่งคั่งประการที่สามนี้อยู่ที่คนและมาจากคน ซึ่งหมายความถึงการรวมคนทั้งหมด ที่เป็นคนๆ เดียวกันกับคนที่เป็นคู่แข่งของเรา หรือเป็นคู่แข่งที่กลับกลายเป็นพันธมิตร เมื่อมีการให้ความร่วมมือและแบ่งปัน หรือกลายเป็นคู่แข่งที่ทำให้เรารวย เพราะมีคนอยากดูเขาแข่งกับเรา เลยรวยทั้งคู่ เพราะคนทั้งโลกมาดู หรืออีกทางหนึ่ง อาจจะเป็นคนที่อยู่ในฝั่งตรงกันข้ามกับเราเช่นเป็นนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง หรือเป็นลูกค้าผู้ที่เราให้บริการ หรือเป็นครอบครัวที่เป็นภรรยาและบุตรหรือญาติพี่น้อง ที่จะต้องเป็นหนึ่งเดียวและเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญให้กับเรา
หากเขาเป็นฝ่ายตรงกันข้ามทั้งในด้านความคิดและการกระทำ เพราะเป็นสิทธิของเขา ที่คนเราอาจคิดและทำไม่เหมือนกัน ตามบุรพสิทธิ และบุรพกรรม ก็ควรจะต้องให้ความสำคัญ ในการปรับเปลี่ยนพลังของการเป็นแรงต้านคนละขั้วให้เป็นแรงเดียวกัน ถึงแม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นห้าสิบและออกอาการเป็นกลาง ด้วยการถืออุเบกขาก็ยังดีกว่าเป็นลบหรือต่อต้านโดยมีเราเป็นฝ่ายให้ ซึ่งหมายความว่า ตราบใดที่เราให้เพราะเราให้ได้ ไม่ต้องสะดุ้ง เพราะเราอาจจะไม่มีเงินให้ ถ้าเราไม่มี ก็เปลี่ยนเป็นให้เวลา ให้ความรัก ให้ความคิดและให้ความดูแลเอาใจใส่ก็ได้ เพราะสิ่งที่เราให้ ก็เป็นเงินและทำเงินได้เหมือนกัน เพราะการมีชีวิตอยู่เป็นวันและเป็นนาทีของเราเหล่ามนุษย์นั้น สามารถคิดเป็นเงินค่าใช้จ่าย และเป็นเงินรายได้ที่เราต้องเลี้ยงดูชีวิตของเราได้ทั้งหมด
อย่าไปนึกว่าเราไม่มีจ่ายแล้วจะอยู่โดยไม่ต้องจ่าย ความจริงก็คือว่าจะต้องมีคนจ่าย ถ้าคนไม่จ่าย สังคมก็ต้องจ่ายแทนในรูปแบบของภาระหรือมลภาวะ ซึ่งจะต้องมีคนแบกหรือช่วยกันแบก เพื่อช่วยชดเชยและฟื้นฟูการไหลเวียน ในระบบของธรรมชาติ ซึ่งต้องเป็นผู้แบกรับ หรือมอบหมายให้มีผู้แบกรับทุกเรื่องอยู่แล้ว เรื่องอย่างนี้ เป็นเรื่องละเอียดที่เราจะต้องเข้าใจ และให้การสนับสนุนกับคนที่มีหน้าที่ ที่เราจะต้องเลือกเฟ้นให้ดี ส่วนเขาจะทำได้ดีหรือไม่เพียงใดนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ส่วนอีกด้านหนึ่งของปัจจัยเรื่องคนนั้น อาจจะเป็นคนที่เป็นเพื่อนหรือเป็นมิตรกับเรา หรือเป็นศัตรูกับเรา หรือเป็นศัตรูที่กลายเป็นมิตร หรือเป็นมิตรที่กลายเป็นศัตรู (ขึ้นอยู่กับเหตุ) ถ้าสูญเสียคนกลุ่มนี้ไป เพราะไปเข่นฆ่าอาฆาต หรือถือโทษโกรธเคืองไม่พูดไม่จากัน ก็นับว่าเป็นความสูญเสีย ที่อาจจะทวีความรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ เพราะเขาก็ต้องอยู่ แล้วเราก็ต้องอยู่ แล้วยังไงต่อ สรุปแล้ว มันก็ต้องแบ่งกันกินแบ่งพื้นที่กัน เหมือนกับเรื่องเวสต์ไซด์สตอรี่ที่แย่งเขตกันหากินไม่มีผิด แต่เมื่อมันมีไม่พอแบ่ง ปัญหาก็เกิดขึ้นเป็นชนวนสงคราม
ความจริงแล้ว แต่ละคนที่พูดถึงนี้ ก็ล้วนแต่เป็นคนที่อยู่ในสังคมประเทศชาติและประชาชาติ รวมพลังตัวเลขแล้ว ก็ได้จำนวนเป็นประชาชนของประเทศ หรือเป็นประชากรของโลกที่ต้องกินต้องใช้ และเป็นตัวเลขที่ทรงพลังทางเศรษฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ผู้ใดมีฐานตัวเลขนี้แม้แต่เพียงน้อยนิด ก็สามารถสร้างความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองให้กับผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเลขดังกล่าวได้ ถ้าสามารถทำให้ถูกวิธี และต้องทำให้เขาอยู่ได้และเจริญได้ แล้วเราก็จะอยู่ได้ และมีแต่ความสุขความเจริญ เรื่องของความมั่งคั่ง ก็มีง่ายๆ เพียงแค่นี้เองครับผม.........เรื่องวิธีกินอยู่และเจริญด้วยการกินใช้แบบฮาวทูนี้ มีระบบที่ทำได้ๆ... ให้พวกเรากินรอด อยู่รอด จนไปถึงขั้นกินดี อยู่ดี จนเลยเถิดไปถึง การกินได้เรื่อยๆ อยู่ได้เรื่อยๆ ไม่มีมีวันหมด และไม่ทำให้ให้ใครเดือดร้อน เพราะมีแต่การชักนำทุกคนให้มาอยู่ดีกินดี มาร่วมกันกินร่วมกันอยู่ แบบว่าให้อยู่ได้ดี อยู่ได้นาน โรคภัยไม่ถามหา จนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร เรามีวิธีให้คิดเองทำเอง แล้วมาให้เราช่วยคิดช่วยทำ ที่ EBC และ IEC Wealth Center ขออาสาแนะนำทุกท่านให้ได้รับทราบ ด้วยความคารวะนับถือและสวัสดี
ขอปิดท้ายด้วยธรรมะ แห่งการมีศรัทธาธรรม และไทยธรรม ไปที่เนื้อนาบุญ ซึ่งเป็นคนที่ไฝ่รู้และไฝ่พัฒนาจนกระทั่งเป็นคนที่ ใช่ ใช่ และ ใช่ (Oh..Yes..!) ซึ่งเป็นกฎเหล็กของการได้รับการกล่าวขานให้ขึ้นตำแหน่งในการได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ ในวิสัยของทางโลกบรรดามีทั้งปวง ท่านที่มุ่งเน้นเนื้อหาที่ตรงเป้าและชัดเจนยิ่งกว่าที่พูดมานี้ ขอได้โปรดอ่านรายละเอียดได้จากหลักการที่มีแจ้งไว้ในข้อ 01 02 03 และ 04 ที่อยู่ด้านบนสุดของเวปนี้ และจากนั้นถ้าใช่ ก็ให้อ่านที่ คอลั่ม Roadmap และ Testimonials นอกนั้น ก็สามารถเยี่ยมชมหน้าต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย.....แต่ขออย่าได้เชื่ออะไรเป็นอันขาด จนกว่าจะพิสูจน์ได้ด้วยตนเองว่าจริงแท้แน่นอนแล้วเท่านั้น.......ขอขอบคุณ

